อ่านเรื่องเสียว วันเผด็จศึก พี่สุพรรณี นอนกับผมคืนแรกยันสว่าง จะว่านอนก็ไม่ใช่ เพราะเย่อกันทั้งคืน แต่สี่ทุ่มยันตีห้า ความจริงก็มีพักระหว่างยก ระหว่างเกมผมก็เปลี่ยนลีลาคุยกันบ้าง แหย่กันบ้าง ด้วยถ้อยคำหยาบบ้างละเอียดบ้าง กระชับความสัมพันธ์และผสมพันธุ์ให้แนบแน่นเวลาพัก เธอก็ถดถอยลงไปพิจารณาท่อนสุดที่รักของผม พลิกแล้วพลิกอีก ถ้าสมัยนั้นคู่เสพรู้จักโอษฐกามกัน เธอน่าจะใช้ปากกับสุดที่รัก ผมต้องทำความเข้าใจกับเธอว่าของผมไม่ได้วิจิตรพิศดารมาแต่เกิด เป็นเพราะหนังหุ้มหัวมันเปิดหน่อยเดียว หมอเขาตัดแต่งให้ มันจึงโด่ๆ ไม่มีหนังหุ้ม มันจึงเจริญเติมโต และยาวกว่าคนอื่นนิดหน่อย ผมเรียนรู้วิธีการใช้งาน รู้ผ่อนสั้นผ่อนยาว ไม่ให้คนที่เราสัมพันธ์ด้วย เจ็บปวด เหมือนเอานิ้วแหย่จมูก นิ้วไหนก็เข้าได้ทั้งนั้นไม่ว่านิ้วโป้งหรือนิ้วก้อยธรรมชาติสร้างอวัยวะให้ยืดได้ขยายได้ จะอวดว่าข้าใหญ่กว่าข้าแข็งกว่าตะบี้ตะบันเอา มันก็ฉีกขาดกันไป จะทำให้คนเจ็บปวด หรือจะทำให้คนมี่ความสุขหลายวันต่อมาเธอเรียนรู้และรู้จักตัวเองดีขึ้น ผมทดลองให้ดู ให้นำไปใช้สร้างความสุขในครอบครัว ไม่ต้องหากินนอกบ้านเธอรับว่า“พี่นอนกับน้องพล มีสุขทั้งจากการเสพและอบอุ่นใจ ไม่ตะขิดตะขวง ว่าเล่นชู้”สิ้นปีต่อมาพี่อนันต์ พี่สุพรรณี ได้รับคำสั่งย้ายไปรับราชการที่บ้านเกิดเลยต้องโยกครอบครัวไปกันหมด กิจวัตรประจำวันของผมคือตื่นตีห้าไปวิ่งออกกำลัง จนหกโมง มาอาบน้ำแต่งตัวไปเรียน หากินมื้อเช้าเอาข้างหน้า วันหนึ่งน้องผุสดีหลานสาวเจ้าของบ้านที่ผมเช่าอยู่ โผล่มาหา เห็นเดินพาร่างที่ค่อนข้างสมบูรณ์เข้ามาหาก็ชักสงสัย “น้องผุสดี มีอะไรหรือ”“น้าเกสร ให้มาถามว่า ตอนเช้าจะขอมาวิ่งด้วยจะได้ไหม”จะเป็นไรไปจะขอมาร่วมวิ่งด้วย ดีจะได้ช่วยกันวิ่งขับหมาในซอยด้วยกัน ก็เลยตอบตกลงไป ต่อแต่นั้นมาผมก็มีเพื่อนร่วมเส้นทางวิ่ง น้าเกสรวิ่งบ้างไม่วิ่งบ้างส่วนน้องผุสดีวิ่ง ประจำทุกเช้า วิ่งอยู่สามสี่เดือนน้องผุสดีบอกว่าน้ำหนักลดลงน้องผุสดีผิวขาวผ่อง สูงประมาณ ๑๕๕ เซนติเมตร อ้วนร่างใหญ่ เวลาวิ่งกระเทือนไปทั้งร่าง ยิ่งส่วนหน้าอกราวจะฟัดไปฟัดมา ได้ระยะทาง ๕๐ เมตรก็หยุด ผมใช้วิธีวิ่งเลยไปแล้ววกกลับมากลับไป ดีไม่ต้องวิ่งวนรอบไปออกพหลโยธิน วิ่งแค่ในซอยจนหกโมงก็หยุดเข้าบ้าน วิ่งเอากำลังไม่เอาระยะทาง ถ้าเป็นวันเสาร์วันอาทิตย์ก็หยุดนั่งคุยกันก่อนครึ่งชั่วโมงจึงเข้าบ้านบางวันเลิกวิ่งหยุดนั่งคุยกัน อาศัยสนามหญ้าโรงเรียนในซอยเป็นที่นั่งพัก น้องผุสดี มักแกล้งเอนหลังมาพิงหลังผม บางวันก็นั่งเคียงกัน แล้วแกล้งเอนมาอิงมาพิงไหล่ คุยไปคุยมาเอามือมาจับขา แล้วชมว่าท่อนขาแน่นไปหมด ไม่เหมือนของเธออ่อนยวบ หยิบมือผมไปให้จับดู เลยถือโอกาส บีบๆ ดู บางวันบอกให้จับดูก็จับสูงเลยพอเฉี่ยวๆ ไปบ้าง สังเกตดูหน้าแดงๆ บางวันผมแกล้งเมื่อยหัวไหล่ วานให้ช่วยจับเส้นบอกว่าจับไม่เป็น เลยสาธิตให้ดูก่อน แรกๆ ก็จับจากด้านหลัง นานๆ ก็จับจากด้านหน้า นั่งพับเพียบเข้าหากัน จับเส้นไล่ไปต้นแขน บิดตัวปวดบ้าง ก็โดนเฉียวๆ เต้านมบ้างแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ นานๆ ก็วานให้นวดขา นวดน่อง หลายวันก็ผลัดกันนวด เวลานวดผมนั่งคุกเข่าใกล้ๆ แล้วนวดจากปลายเท้า ถึงโคนขา แล้วกด บอกว่าเปิดประตูลม เนินพระจันทร์ที่แปะวางอยู่เบื้องหน้าโอ้โอ เหอเบอรี่ บางทีผมเลื่อนขึ้นไปจะนวดสะเอวที่จริงเธอไม่มีสะเอว เธอจะจั๊กจี้ดิ้นตัวส่าย ผมถือโอกาสเลื่อนลงนวดกดหน้าท้องบอกว่าไล่ไขมัน แกล้งแอบลงมากลึงหัวหน่าว กลึงแผ่วเบานานๆ แบบไม่รู้ไม่ชี้ แม้เธอจะมีปฏิกิริยา ก็ไม่ตอบสนอง เหมือนจงใจไม่เกาให้ถูกที่คัน ให้เสี้ยนทรมาน เสียงซี๊ดปากเบาๆ กางเกงตรงแนวร่องดูเปียกๆ เห็นเป็นทาง เธอมักจะให้ผมนวดประจำ บอกว่าผมนวดดี นานครั้ง เธอจึงจะบริการนวดผม ให้เธอนั่งคุกเข่าปลายเท้า ก้มตัวนวด ระหว่างนวดผมก็จ้องเนินนมตลอด เธอก็นวดเปิดประตูลม คงเห็นไอ้ตัวดีตื่นเป็นลำยาวช่วงเดินกลับเข้าบ้าน เดินคุยกันผมก็แกล้งพูดเป็นนัยๆ“น้องผุสดีนี่ เวลาวิ่งไม่ค่อยมีเหงื่อ แต่พอตอนนวดเหงื่อออกพลั๊กๆ ท่วมหน้าท่วมตาเลย” เธอหน้าแดง นิ่งเงียบจนแยกเข้าบ้านกลางเดือนมีนาคม ผมกลับบ้าน พี่เกสรสั่งว่าให้รีบกลับมา ฝากบ้านให้ช่วยดูแลด้วยเพราะต้นเดือนเมษายนลาพักร้อน ไปเที่ยวทะเลแล้วจะแวะเยี่ยมบ้านด้วย สองปีแล้วไม่ได้ไป ผมลงไปบ้านแล้วต้องรีบกลับขี้นมาถึงกรุงเทพฯ บ่ายโมงเศษรถไฟเสียเวลาเล็กน้อยตามประเพณี ลงสถานีบางซื่อจับเท็กซี่เข้าบ้าน เปิดหน้าต่าง เก็บจัดข้าวของเข้าที่เข้าทาง หิ้วของฝากลัดสนามไปบ้านพี่เกสร บ้านเงียบ แต่สังเกตหน้าต่างเปิดอยู่หลายบ้าน คงมีคนอยู่ถือวิสาสะเปิดประตู ได้ยินเสียงพัดลม และเสียงครางจากห้องนั่งเล่น เดินเข้าไปชะโงกดู เห็นน้องผุสดี นอนถ่างแข่งถ่างขาบนพื้นเสื่อน้ำมัน ใช้มะเขือยาวกระทำ อัตกามอยู่ กำลังเร่งมือเต็มที่ประมาณว่าใกล้สุขาวดี ผมถอยกลับหน่อยหนึ่งแต่อยู่ในวิถีที่มองเห็น“อะแอ้ม น้องผุสดี อยู่ไหน พี่พลมาแล้ว”เห็นอาการสะดุ้งสะดุดจุดสุดยอด รีบลุกนั่งหน้าแดงเข้มแล้วส่งเสียงตอบให้รู้ตำแหน่งที่อยู่ ผมก็บอกว่า“พี่พล มีของมาฝาก วางไว้ข้างนอกนี่นะ ทำอะไรอยู่ก็ทำต่อเถอะ ไว้เย็นๆค่อยคุยกัน กลับละจะไปนอนพัก”แล้วผมก็รีบสาวเท้ากลับที่พัก ปัดกวาดห้องปูที่นอน ไปอาบน้ำ แล้วมาเอนหลังจนงีบไป หลับยาวไปจนเกือบทุ่ม รู้สึกตัวตื่นเพราะน้องผุสดี เขย่าขาปลุก“พี่พล ขี้เซา เรียกก็ไม่ตื่น”ผมแกล้งทำงัวเงีย สะลึมสะลือ ปากก็ว่า“อะไร มาว่าพี่พลขี้เอายังไม่เคยเอาสักที”เลยโดนหยิกแหม็บที่ขา ผมคว้าจับมือเอาไว้”“โอย น้องผุสดี หยิกพี่พลเสียบวมไปเลย ไม่ยอมละ”ลอยหน้าลอยตา ทำท่าลิงใสผม“หยิกแค่นี้บวมด้วยเหรอ ไหนดูซิ”ผมบอกว่าบวมมาก จับดูซิ ผมเอามือเธอไปจับท่อนสวรรค์ที่แข็งโด่ น้องผุสดีสะดุ้งเมื่อมือสัมผัสความร้อนผ่าว ผมขยับที่ดึงตัวเธอลงนอนข้าง ไม่มีอาการแข็งขืนแม้แต่น้อย แปลว่าบ่มเสียจนสุกหง่อมแล้ว ถึงวันเผด็จดรุณีแล้ว ผมพลิกตัวเข้ากอด มือจับเต้านมที่จวนจะคลิ้งอกกลึงเคล้นเบาๆ ขาขางหนึ่งสอดวางหว่างขา เอาครึ่งขาครึ่งเข่าแปะวางบนเนินพระจันทร์ ขยับเสียดสีเบาๆ ส่วนปากก็คุยไปพร้อมๆกัน“น้องผุสดี เรียกพี่พลอยู่นานซี เดินทางมาเพลียเลยหลับยาวไปหน่อย ความจริงพี่ตื่นลุกอยู่นานแล้ว”“พี่พล พูดปด น้องผุสดีมานั่งดูตั้งนาน เห็นหลับสนิท เรียกข้างหูหลายครั้งก็แล้วยังไม่ยอมตื่น จนต้องเขย่าแรงๆ ยังงัวเงีย พูดเพ้อเลย ยังมาปดว่าตื่น”เสียงพูดเชิงรำพันแบบน้อยใจ ผมเลยยั่ว“พี่พลลุกตั้งนานแล้วจริงๆ แต่น้องผุสดียังไม่ยอมเลิกปลุก เห็นไหมลุกล้นกำมืออยู่นะ”ทำท่าเคืองทำกัดฟันบีบเน้นท่อนสวรรค์“ไม่ปล่อยเป็นไงเป็นกัน วันนี้ไม่ปล่อย”น้องผุสดีตัดพ้อต่อว่า ว่าผมนะวางแผนเกรงปลุกระดมเธอมาตลอด มือนวดกลึงจนเธอแทบคลั่ง วันแล้ววันเล่า ไม่ต่อให้จบ คาๆค้างๆมาตลอด สมน้ำหน้าที่ต้องมาต่อคิวมะเขือยาว วันนี้ก็เหมือนกันแกล้งให้ต้องหยุดกลางคัน เจียนๆ จะสุขาวดีอยู่แล้ว นี่ๆ ก็เคล้าๆคลึงๆ อยู่อีกทนไม่ไหวแล้ว เอาเสียทีเถอะแล้วทั้งสองลุกขึ้นเปลื้องผ้าของใครของมัน ไม่มีลีลาถอดแบบหนังแปดมิล เอาคนอ้วนนี่ จัดท่าจัดทางยาก เพราะหน้าขาท่อนขาค่อนข้างจะเป็นตัวสนุ๊ก อาศัยผมมีช่วงยาว ประยุกต์ท่าทางให้สบายกันสองฝ่าย บางครั้งเธอต้องแบกรับน้ำหนักตัวของผมอย่างเต็มที่ แต่เธอบอกว่าถึงใจเพราะได้แรงอัดดี ผมสอดท่อนลำเข้าร่อง อู่อูว เหมือนถูกหุ้มด้วยนวม อบอุ่นไอทั้งลำลึงค์ ลื่นไหลเข้าไปช้าๆผ่านตลอด ก็ผลจากอานิสงส์มะเขือยาวช่วยอนุเคราะห์ ผมนับถือมะเขือยาวมาตลอด ไม่เคยเอามะเขือยาวมาเผามาลวกจิ้มน้ำพลิกเลยจนทุกวันนี้กระเด้าเข้าออกมันหยดแน่นนุ่ม คุณเอ๋ยพบของวิเศษเข้าให้คือการเด้งดึ่งอัตโนมัติ เหมือนเกิดลอนคลื่นโดยเธอไม่ได้ยกตะโพก ผมเลยใช้สองมือยันเหยียดตรงเพื่อผ่อนน้ำหนักตัวท่อนบน ส่วนท่อนล่างตั้งแต่สลักรักลงไป ทับทาบร่างเธอทั้งหมดเหยียดเท้ายาวทับเท้าเธอตลอด เปลี่ยนวิธีกระเด้าเป็นบิดตัวไปมาขวาซ้ายแท่งลำถอยออกทิ่มเข้าครูดถนัดๆทุกจังหวะเข้าออก บิดตัวทางขวาปลายลำครูดทางซ้าย บิดทางซ้ายครูดทางขวา เอนไปเอนมาเหมือนนั่งหลังช้าง เวลาเกิดลอนคลื่นก็เปลี่ยนไสไปข้างหน้าแล้ววนบดขยี้ ทุกทิศที่พุ่งไปจะมีแรงต้านตอบโต้ ด้วยลีลาแช่มช้อยไม่รุนแรง เหมือนกินอ้อยให้อร่อยต้องค่อยเคี้ยว ฟันขบเคี้ยวบนเนื้ออ้อยรีดน้ำหวานออกมาซ่านลิ้น กลั้วรสหวานให้ซ่านโพลงปากอย่างรู้กินรู้เสพ ให้ความหวานซ่านอยู่นานๆจะได้ซึ้ง ก่อนจะกลืนน้ำหวานก็เน้นเค้นหาหยดสุดท้ายแล้วค่อยคายชานทิ้ง ค่าความอร่อยจะมีก็ตอนอยู่ในปาก เช่นเดียวกับการเสพสมต้องรู้จักสร้างและเสพอย่างชาญฉลาด แสวงหาความสุขจากการเสียดสี เนื้อกับเนื้อ นมกับนม ท้องกับท้อง เมื่อต่างฝ่ายต่างเต็มเปี่ยมสุขแล้วช่วยกันเค้นความสุดยอดสุดท้าย ที่ตรึงใจต่อกัน“โอยย อูวว อูย “เสียงครางครวญของน้องผุสดีดังไม่หยุดปาก ตลอดเวลาที่ต่างขยับเขยื้อนเสพสุข น้ำมูกน้ำตาไหล สลับกับเสียงพร่ำพรรณนาจากก้นบึ้งของสันดานดิบของมนุษย์ ทั้งๆที่เธอเป็นคนสุภาพเรียบร้อยเป็นกุลสตรี“โอยย ๆ เสียวแตด เสียวหี กูจังเลย โอยถ้ารู้ว่าอย่างนี้ กูให้เย็ดนานแล้ว”น้องผุสดีเสียวร่างเกร็ง ครั้งที่สอง แรงขมิบแรงตอนราวกับหลุมโคลนดูดมหาภัย ดูดเอาน้ำป่าบ่าโถมเจิ่งนองไปทั่ว ลมสงบ แมกไม้หมดแรงไหว มีแต่เสียงลมหายใจยาวๆ เคยได้รู้มาว่าการเสพสมสังวาสกับคนอ้วน เหมือนห่อหุ้มคลุมด้วยเกราะนวม มันทั่วทั้งลำ แรงขมิบแรงดูดอย่างกับหลุมโคลนดูด เสียวสั้นหัวคลอน พอๆกับการสังวาสหญิงมีครรภ์ตื่นมาอีกครั้งหลังเที่ยงคืน อาบน้ำอาบท่า แล้วตาสว่าง น้องผุสดีไม่กลับบ้าน นอนคุยต่อ ผมไม่พูดถึงคำรำพันเพ้อเพราะแน่ใจว่าเธอไม่รู้ตัว กลัวเธอจะเขินอาย ผมพลิกกอด เธอบอกว่า ของผมยังแข็งอยู่ ตอนนี้พอก่อน หมดแรงใจจะขาด พรุ่งนี้ จะให้เอาต่อ แค่กอดเฉยๆนะ ผมรับปากเธอถามเรื่องตอนกลางวัน ว่าผมเห็นเธอทำอะไรหรือเปล่า ผมก็ย้อนว่าอ้าวแล้วทำอะไรอยู่ละ เธอว่าผมเจ้าเล่ห์ ทำไม่ตอนนั้นไม่เข้าไปต่อละกำลังจะได้ที่ ผมไม่ตอบเช้าต่อเกม ผมบอกเธอว่า เริ่มกันตอนนี้ เขาเรียกกันว่าล้างหน้าไก่ แต่ถ้าการดื่มเหล้า เรียกว่าถอน จัดท่าทางให้ยืนข้างเตียงแล้วให้ฟุบหน้านอน เนินสวาทโชว์พูนพงมโหฬารไปด้านหลังสองกลีบแคมอูม รองแฉะฉ่ำ ไม่ต้องปลุกไม่ต้องเล้าโลมกันอีกคงเพราะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ความเงี่ยนพร้อมเสมอกับการเสพสม ผมยืนกระเด้าตลอดเกม เธอก็เด้งส่ายย้ายโต้ตอบ รีดน้ำหวานจนสิ้นแล้วคายชานกิจกรรมที่ทำร่วมกับน้องผุสดีทุกเช้าวิ่งออกกำลังแล้วนวดกันนิดหน่อยแบบตอดเหยื่อต่อวันเสาร์ เร่งเวลาตื่นไปวิ่งเป็นตีสี่ แต่ไม่ได้วิ่งบนถนน กลับเป็นกลิ้งบนที่นอน จริงๆ นะลงมือได้ทันที่โดยไม่ต้องปลุกเล้าโลม คราวไหนก็คราวนั้นฉ่ำแฉะก่อนล่วงหน้าทุกครั้ง และอิ่มสุขกันมาตลอด จนกระทั่งพี่เกสรอพยพไปอยู่บ้านเกิดที่ต่างจังหวัดผมมาทราบความจริงในตอนหลังว่า พี่เกสร เป็นบ้านเล็กของนักธุรกิจใหญ่ บ้านที่อยู่เขาซื้อให้ ระยะต้นๆ ก็ไปมาหาสู่ประจำ เพิ่งมาระยะหลัง หมดสมรรถภาพจึ่งไม่ได้มาหาแต่ส่งเสียเป็นประจำทุกเดือน แถมมีเงินก้อนซื้อพัทธบัตรรัฐบาลไว้ให้ในนามพี่เกสร แต่พี่เกสรเป็นคนอาภัพ เป็นหมัน จึงขาดโอกาสสำคัญไปน่าเสียดาย เอาน้องผุสดีมาเลี้ยงหวังจะไว้ล่อตะเข้ ตะเข้บ่มิไก้ไปเสียก่อน และถ้าล่อตะเข้ได้ก็ขาดทุนอีกเพราะน้องผุสดีก็เป็นหมัน แถมความอ้วนเพิ่มเอาๆ มาได้ผมช่วยลดน้ำหนักเพราะพาวิ่งทุกเช้าพี่เกสรขนย้ายข้าวของกลับบ้านนอก บอกขายบ้านพร้อมที่ ระหว่างนั้นให้ผมช่วยดูแลบ้านไปพลางๆ ด้วย ผมเองเรียนพี่สุดท้ายจบแล้วหางานทำต้องย้ายที่อยู่แน่ ให้ผมอยู่ไปโดยเลิกเก็บค่าเช่า จ่ายเฉพาะค่านำค่าไฟ เท่านั้น ระหว่างนั้นเวลาเข้ามากรุงเทพ พี่เกสรก็แวะมาดูบ้าน 

Comments are closed.